แนะนำ 10 เล่มน่าอ่าน หมวดวรรณกรรม นวนิยาย และเรื่องแต่ง ที่หนอนหนังสือไม่ควรพลาด

1
เรือนแรมสีแดง
(L’Auberge Rouge • The Red Inn)

“เช่นเดียวกับคุณธรรม อาชญากรรมก็มีระดับ”

ในภาวะไม่ปกติ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ทหารเรืองอำนาจ กระบวนการยุติธรรมใดๆ ที่กระทำในนามทหารย่อมมีข้อเคลือบแคลงเสมอ

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อความไม่สงบของสงคราม ทำให้สหายคู่หูนักศึกษาแพทย์ชาวฝรั่งเศสต้องพักค้างคืนในเรือนแรมสีแดง ก่อนออกเดินทางไปถึงสนามรบเพื่อทำหน้าที่ศัลยแพทย์ผู้ช่วย แต่ในคืนเดียวกันนั้นเองกลับเกิดเหตุฆาตกรรม ทำให้ศาลทหารต้องรีบตัดสินคดีความนี้และเร่งหาฆาตกรมาลงโทษเพื่อไม่ให้เรื่องนี้กระทบต่อการเดินทัพโจมตีศัตรู

เรือนแรมสีแดง คือผลงานประพันธ์จากปี 1831 ของบิดาแห่งนวนิยายสัจนิยมฝรั่งเศส โดยฉบับภาษาไทยจัดพิมพ์ขึ้นในวาระครบรอบ 222 ปีชาติกาล พร้อมกับนวนิยายขนาดสั้นอีกสองเรื่องคือ ซาร์ราซีน (Sarrasine) จากปี 1830 และหญิงรักร้าง (La Femme abandonnee) จากปี 1832

2
แปดขุนเขา
(Le otto montagne • The Eight Mountains)

“ผมรู้สึกว่าเขาเหมือนคนที่เมื่อถึงช่วงหนึ่งของชีวิตก็เลิกอยู่ร่วมกับผู้อื่น
พบมุมหนึ่งของโลก แล้วหลบอยู่ในนั้น”

หากเปรียบชีวิตเป็นการเดินทาง จุดหมายอาจเป็นเพียงเหตุผลหลักที่ทำให้ก้าวเดินไปข้างหน้า แต่สิ่งสำคัญซึ่งไม่อาจมองข้ามได้ คือเรื่องราวระหว่างทางที่แต่ละคนข้ามผ่านมา ทั้งหมดนี้คือการเติบโตเพื่อมีชีวิตในเส้นทางที่ตนเองเลือกเดิน

แปดขุนเขา บอกเล่าความสัมพันธ์ที่หลากหลาย ระหว่างพ่อกับลูกชาย ระหว่างเพื่อน และระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผ่านมุมมองและน้ำเสียงของ ‘ปิเอโตร’ เด็กชายผู้เติบโตในเมืองใหญ่อย่างมิลานก่อนย้ายมาอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ นอกหุบเขา ที่ซึ่งก่อเกิดมิตรภาพ ความรัก ความผูกพัน และการเลือก สู่การเดินทางไกลทั้งของร่างกายและจิตวิญญาณ

นี่คือนวนิยายร่วมสมัยจากประเทศอิตาลีเทียบชั้นวรรณกรรมคลาสิก ตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาอิตาลีเมื่อปี 2016 ได้รับการแปลและเผยแพร่ใน 39 ประเทศ

3
คำอธิษฐานสุดท้าย
(The Last Wish) 

“ในนิทานทุกเรื่องนั้นย่อมมีเศษเสี้ยวแห่งความจริงซ่อนอยู่”

ปฐมบทของมหากาพย์นิยายแฟนตาซีชุด The Witcher จากประเทศโปแลนด์ เริ่มต้นจากหนังสือดัง 8 เล่ม ก่อนนำไปสร้างเป็นเกมและซีรี่ส์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

เมื่อโลกใกล้ถึงคราววิบัติ เพราะความสงบสุขถูกลบเลือนจากสิ่งชั่วร้าย วิชเชอร์ ‘เกรอลท์’ แห่งริเวีย บุรุษผู้มีพลังเวทอันกล้าแกร่ง การฝึกฝนตัวเองอย่างหนักทำให้เขากลายเป็นนักรบผู้ไร้เทียมทานและเป็นนักฆ่าที่ไร้ความปรานี

ฟ้าลิขิตให้เขาเป็นผู้พลิกชะตากรรมของโลกทั้งใบ ด้วยภารกิจท้าทาย ต้องออกผจญภัยบนเส้นทางแห่งโชคชะตา ต่อสู้และดิ้นรนยืนหยัดในดินแดนอันตราย เพื่อทำลายล้างเหล่าอสูรและสัตว์ประหลาดที่กำลังกัดกินโลก

แค่ คำอธิษฐานสุดท้าย เล่มนี้เล่มเดียว ก็ได้รับการแปลมากถึง 37 ภาษา และมียอดขายทั่วโลกมากกว่า 17 ล้านเล่ม

4
หนูน้อยหมวกแดงพบศพระหว่างเดินทาง
(赤ずきん、旅の途中で死体と出会う。)

“ทำไมแผนฆาตกรรมเธอถึงได้ชุ่ยขนาดนี้”

หนูน้อยหมวกแดงถูกบอกเล่าในฐานะนิทานมานานนับหลายร้อยปีจนผู้คนจดจำเรื่องราวได้ขึ้นใจ ผิดกับหนังสือเล่มนี้ที่นำเทพนิยายและเรื่องปรัมปรามาเล่าใหม่ให้เป็นเรื่องราวสืบสวนสอบสวน

ระหว่างเดินทางไปส่งคุกกี้กับไวน์ หนูน้อยหมวกแดงกลับต้องพบเห็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันมากมาย ทั้งรถม้าฟักทองของซินเดอเรลลาที่ประสบอุบัติเหตุ เงื่อนงำการหายตัวไปของเจ้าหญิงนิทรา แม่เลี้ยงใจร้ายถูกฆ่าในบ้านขนมหวานปิดตาย และความทะเยอทะยานของเด็กหญิงขายไม้ขีดไฟ

เธอจึงต้องสวมบทบาทนักสืบจำเป็นตามหาคนร้าย ทว่าปริศนาลึกลับที่สุดกลับซ่อนอยู่ในจุดประสงค์การเดินทางของเธอเอง หนูน้อยหมวกแดงพบศพระหว่างเดินทาง คือนิยายรสชาติใหม่ที่สร้างความประทับใจให้ผู้อ่านชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศมาแล้ว

5
เพราะความรักมิอาจเร่งร้อน
(Die Liebe im Ernstfall • Love in Case of Emergency)

“ความรักไม่ใช่ความรู้สึก ความรักไม่ใช่เรื่องโรแมนติก ความรักคือการกระทำ”

แม้ใจเร่งรีบหรือรบเร้า แต่ประสบการณ์ทั้งทางตรงของตัวเองและทางอ้อมผ่านการบอกเล่าจากผู้อื่นจะคอยย้ำเตือนให้ตระหนักว่า รักต้องการเวลา เช่นเดียวกับความรักของผู้หญิงทั้งห้าคนนี้

‘เพาลา’ เจ้าของร้านหนังสือ ‘ยูดิท’ แพทย์หญิง ‘บรีดา’ นักเขียน ‘มาลีกา’ ครูสอนดนตรี และ ‘โยรินเดอ’ นักแสดง ต่างมีชีวิตรักเป็นของตน แต่ทุกคนกลับผูกโยงความรู้สึกที่ร้อยเรียงถึงกันและกัน บ้างเสียสละ บ้างอยากเอาชนะ บ้างซุกซน บ้างเร้นลับ บ้างหล่อเลี้ยงด้วยความหวัง

ไม่ว่ารักจะดำเนินไปอย่างไร ผ่านเสียงหัวเราะหรือหยาดน้ำตา ความรักของพวกเธอย่อมเป็นมากกว่าเรื่องราวให้สำรวจความสัมพันธ์หลายรูปแบบ เพราะสำหรับบางคน นี่อาจเป็นโอกาสให้ปลอบประโลมตนและประคองจังหวะเต้นของใจ เพื่อให้รักคงอยู่ได้ไม่เลือนลับหาย

ความรักของพวกเธอทำให้นวนิยาย เพราะความรักมิอาจเร่งร้อน เล่มนี้กลายเป็นงานเขียนที่น่าจับตามองในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน

6
อาณาเขต
(The District: A Novelize)

“คุณเลว คุณสมควรได้รับโทษ คุณสมควรได้รับกรรมที่คุณก่อ เพราะรัฐนี้เป็นรัฐแห่งคนดี
เหตุผลนอกเหนือจากความดีล้วนถูกผลักไสให้ไปอยู่อีกด้านบนความเลวทราม”

ไม่ว่าจะยุคสมัยใด หน้าที่สำคัญของวรรณกรรมซึ่งไม่เคยเปลี่ยนแปลง คือเป็นกระจกส่องสะท้อนสภาพความเป็นไปของมนุษย์และสังคมในช่วงเวลาหนึ่งได้อย่างมีชั้นเชิง

อาณาเขต คือเรื่องเล่าในรูปแบบนวนิยาย หรือบอกให้ถูกต้องที่สุดคือ ความพยายามทำให้เป็นนวนิยายเรื่องหนึ่ง ด้วยความตั้งใจให้มีเส้นเรื่องซับซ้อน ปกปิด และอำพราง เพื่อปลุกเร้าอารมณ์ที่ท้าทายการอ่าน เพราะทั้งระทึกและกระตุ้นให้เกิดความกระหายใครรู้ นำไปสู่ความกระวนกระวายอยากค้นหาความจริงที่เรื่องแต่งเคลือบแฝงไว้

คำพูดทุกประโยคที่ปรากฏใน อาณาเขต จึงชวนให้ขบคิดและตั้งคำถามถึงชีวิตจริงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทย เช่น ‘มันไม่สำคัญเลยที่อุดมการณ์ความเชื่อพวกเขาจะเป็นเช่นไร แม้ไม่เห็นด้วย แต่มนุษย์เราไม่สมควรถูกสังเวยเป็นซากศพให้ใครก้าวขึ้นไปสู่บัลลังก์แห่งอำนาจได้อีก’ และ ‘เรามีรัฐบาลที่ชอบป่าวประกาศให้ประชาชนซายซึ้งในความเข้มแข็งปกป้องชาติ แต่กลับขี้ขลาดไม่กล้ายอมรับความจริง’

7
สูญหาย ไม่สาบสูญ (ก่อนที่เราจะเป็นของคุณ)
(Before We were Yours)

“เด็กหลายพันชีวิตถูกพรากจากครอบครัว
และไม่ใช่ทุกคนที่โชคดีพอที่จะได้เป็นลูกคนใหม่ของพ่อแม่คนใหม่”

ถึงวันที่ความจริงบางอย่างถูกเปิดเผย อดีตจะกลายเป็นตำหนิของชีวิตที่ไม่เคยนึกฝันอยากให้เกิดขึ้นซ้ำ เมื่อถึงวันนั้น ใครกันจะทำใจยอมรับอดีตของตัวเองได้บ้าง

นี่คือนิยายอิงประวัติศาสตร์ เพราะได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงในสหรัฐอเมริกา โดยเล่าถึงหลายชีวิตที่ข้องเกี่ยวกับธุรกิจลูกบุญธรรม เป็นความเหี้ยมโหดของกลุ่มคนที่มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับเจ้าหน้าที่รัฐ อาศัยความไม่รู้ของผู้ยากไร้เป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์

จนกระทั่งวันที่เด็กน้อยเติบโต และผู้ใหญ่ร่วงโรย ความลับในอดีตที่หลายคนร่วมกันฝันกลบเพราะไม่อยากจดจำกลับกำลังถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง

แม้ว่าเรื่องราวใน สูญหาย ไม่สาบสูญ (ก่อนที่เราจะเป็นของคุณ) จะโหดร้ายและสั่นสะเทือนใจมากแค่ไหน แต่ทั้งหมดทั้งมวลจำเป็นต้องบันทึกเอาไว้ เพื่อจดจำและระลึกถึงหลายร้อยหลายพันชีวิตที่สูญหายไป

8
ฤดูมรณะ
(The Fifth Season)

“แด่ทุกคนที่ต้องต่อสู้เพื่อให้ได้การยอมรับ
ในขณะที่คนอื่นๆ ได้มาโดยปราศจากข้อสงสัย”

คนเรายอมทำทุกอย่างเพื่อตามหาสิ่งที่ตนรักที่สุด โดยเฉพาะถ้าสิ่งนั้นเกิดมาจากเลือดและเนื้อของตน

เมื่อโลกแปรปรวนจวนถึงกาลอวสาน ‘เอสซุน’ หญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งกลับพบว่าสามีของเธอสังหารลูกชายอย่างโหดเหี้ยม และลักพาตัวลูกสาวอีกคนหนีไปโดยไม่มีใครรู้ชะตากรรม เธอจึงออกเดินทางไปยังโลกที่กำลังจะเกิดฤดูกาลน่าหวาดหวั่น แต่เธอก็พร้อมจะทำลายทุกสิ่งที่ขัดขวาง เพื่อเป้าหมายเดียวคือตามหาลูกสาวให้พบ

ฤดูมรณะ คือปฐมบทของนิยายไซไฟแฟนตาซีไตรภาคชุดกาลวิบัติ (Broken Earth Trilogy) ซึ่งเปี่ยมไปด้วยพลังจากเรื่องราวของคนที่ถูกสังคมกดขี่ การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ และการเอาตัวรอด ถ่ายทอดผ่านความลึกลับของโลกอันไกลโพ้นเหนือจินตนาการ

9
เดือนเมษายนพาใครบางคนกลับมา
(四月になれば彼女は • April Come She Will)

“ความรักก็คล้ายกับการเป็นหวัด เชื้อหวัดรุกล้ำเข้ามาในร่างกายโดยที่เราไม่รู้ตัว
พอรู้ตัวอีกทีก็เป็นไข้ไปแล้ว”

เดือนที่ล่วงเลย เมื่อหมุนวนกลับมาครบรอบอีกครั้ง กลับเป็นช่วงเวลาย้ำเตือนให้นึกถึงคนในวันวานที่ควรจะลืมไปได้นานแล้ว

ในเดือนเมษายน ‘ฟูจิชิโระ’ จิตแพทย์หนุ่มได้รับข่าวจาก ‘ฮารุ’ แฟนคนแรก เธอเขียนบรรยายถึงกระจกเงาสะท้อนท้องฟ้าของประเทศโบลิเวีย สถานที่นั้นทำให้เธอคิดถึงเขา เพราะไม่แน่ใจว่าจะรักชายหนุ่มอีกคนที่อยู่ข้างๆ เธอตอนนี้ได้หรือไม่ ทำให้เขาซึ่งมีคู่รักใหม่ที่กำลังคบหาดูใจกันอยู่ เริ่มทบทวนอดีตที่ผ่านมา และถามใจตัวเองอีกครั้งว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอนั้นควรเป็นอย่างไร

เดือนเมษายนพาใครบางคนกลับมา เป็นนิยายโรแมนติกดราม่าที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์ผ่านมุมมองคนหนุ่มสาวสมัยใหม่ได้อย่างละเมียดละไม สู่การหาคำตอบว่าชีวิตคือการได้อยู่กับคนที่เข้าใจตัวเรามากที่สุด หรือลงเอยกับคนที่พยายามจะเข้าใจเรามากกว่า

10
เสียงเพรียกจากคธูลู รวมเรื่องเล่าในเงามืด
(The Call of Cthulhu)

“ผมไม่อยากเล่าถึงมันเลยแม้แต่น้อย
ทุกครั้งที่ผมคิดถึงมัน ผมก็ตัวสั่นแทบสิ้นสติอยู่แล้ว”

ผลงานความน่าหวาดกลัวของสัตว์ประหลาดและสิ่งลี้ลับที่ปรากฏกายในโลกของภาพยนตร์ ศิลปะ วรรณกรรม และเกมจำนวนมาก ต่างได้รับอิทธิพลจากเรื่องราวของหนังสือเล่มนี้แทบทั้งสิ้น

ภายในเล่มรวมรวบเรื่องสั้นสยองขวัญระดับคลาสสิกไว้ทั้งหมด 6 เรื่อง โดยนำเสนอผ่านการบอกเล่าและมุมมองของตัวละคร ท่ามกลางบรรยากาศไม่น่าไว้วางใจ เป็นความอ้าวว้างและแปลกแยกแทบจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เพราะข้องเกี่ยวกับความรู้สึกและประสบการณ์จากคนที่พบเห็นและสัมผัสกับบางสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตที่คุ้นเคย

เสียงเพรียกจากคธูลู รวมเรื่องเล่าในเงามืด เป็นความสำเร็จของการสร้างจักรวาลใหม่ที่อาศัยเรื่องเล่าโบราณก่อนมนุษย์ถือกำเนิด แม้บางคนอาจรู้สึกว่าเข้าใจยาก แต่แท้จริงแล้วงานเขียนที่ผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์ ตำนาน และจินตนาการเล่มนี้ อาจไม่ได้ต้องการความเข้าใจใดๆ นอกจากความเชื่อ