แนะนำ 5 เล่มน่าอ่าน หมวดวรรณกรรม นวนิยาย และเรื่องแต่ง ที่หนอนหนังสือไม่ควรพลาด

1
เรือนแรมสีแดง
(L’Auberge Rouge • The Red Inn)

ในภาวะไม่ปกติ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ทหารเรืองอำนาจ กระบวนการยุติธรรมใดๆ ที่กระทำในนามทหารย่อมมีข้อเคลือบแคลงเสมอ

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อความไม่สงบของสงคราม ทำให้สหายคู่หูนักศึกษาแพทย์ชาวฝรั่งเศสต้องพักค้างคืนในเรือนแรมสีแดง ก่อนออกเดินทางไปถึงสนามรบเพื่อทำหน้าที่ศัลยแพทย์ผู้ช่วย แต่ในคืนเดียวกันนั้นเองกลับเกิดเหตุฆาตกรรม ทำให้ศาลทหารต้องรีบตัดสินคดีความนี้และเร่งหาฆาตกรมาลงโทษเพื่อไม่ให้เรื่องนี้กระทบต่อการเดินทัพโจมตีศัตรู

เรือนแรมสีแดง คือผลงานประพันธ์จากปี 1831 ของบิดาแห่งนวนิยายสัจนิยมฝรั่งเศส โดยฉบับภาษาไทยจัดพิมพ์ขึ้นในวาระครบรอบ 222 ปีชาติกาล พร้อมกับนวนิยายขนาดสั้นอีกสองเรื่องคือ ซาร์ราซีน (Sarrasine) จากปี 1830 และหญิงรักร้าง (La Femme abandonnee) จากปี 1832

2
แปดขุนเขา
(Le otto montagne • The Eight Mountains)

หากเปรียบชีวิตเป็นการเดินทาง จุดหมายอาจเป็นเพียงเหตุผลหลักที่ทำให้ก้าวเดินไปข้างหน้า แต่สิ่งสำคัญซึ่งไม่อาจมองข้ามได้ คือเรื่องราวระหว่างทางที่แต่ละคนข้ามผ่านมา ทั้งหมดนี้คือการเติบโตเพื่อมีชีวิตในเส้นทางที่ตนเองเลือกเดิน

แปดขุนเขา บอกเล่าความสัมพันธ์ที่หลากหลาย ระหว่างพ่อกับลูกชาย ระหว่างเพื่อน และระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผ่านมุมมองและน้ำเสียงของ ‘ปิเอโตร’ เด็กชายผู้เติบโตในเมืองใหญ่อย่างมิลานก่อนย้ายมาอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ นอกหุบเขา ที่ซึ่งก่อเกิดมิตรภาพ ความรัก ความผูกพัน และการเลือก สู่การเดินทางไกลทั้งของร่างกายและจิตวิญญาณ

นี่คือนวนิยายร่วมสมัยจากประเทศอิตาลีเทียบชั้นวรรณกรรมคลาสิก ตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาอิตาลีเมื่อปี 2016 ได้รับการแปลและเผยแพร่ใน 39 ประเทศ

3
คำอธิษฐานสุดท้าย
(The Last Wish) 

ปฐมบทของมหากาพย์นิยายแฟนตาซีชุด The Witcher จากประเทศโปแลนด์ เริ่มต้นจากหนังสือดัง 8 เล่ม ก่อนนำไปสร้างเป็นเกมและซีรี่ส์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

เมื่อโลกใกล้ถึงคราววิบัติ เพราะความสงบสุขถูกลบเลือนจากสิ่งชั่วร้าย วิชเชอร์ ‘เกรอลท์’ แห่งริเวีย บุรุษผู้มีพลังเวทอันกล้าแกร่ง การฝึกฝนตัวเองอย่างหนักทำให้เขากลายเป็นนักรบผู้ไร้เทียมทานและเป็นนักฆ่าที่ไร้ความปรานี

ฟ้าลิขิตให้เขาเป็นผู้พลิกชะตากรรมของโลกทั้งใบ ด้วยภารกิจท้าทาย ต้องออกผจญภัยบนเส้นทางแห่งโชคชะตา ต่อสู้และดิ้นรนยืนหยัดในดินแดนอันตราย เพื่อทำลายล้างเหล่าอสูรและสัตว์ประหลาดที่กำลังกัดกินโลก

แค่ คำอธิษฐานสุดท้าย เล่มนี้เล่มเดียว ก็ได้รับการแปลมากถึง 37 ภาษา และมียอดขายทั่วโลกมากกว่า 17 ล้านเล่ม

4
หนูน้อยหมวกแดงพบศพระหว่างเดินทาง
(赤ずきん、旅の途中で死体と出会う。)

หนูน้อยหมวกแดงถูกบอกเล่าในฐานะนิทานมานานนับหลายร้อยปีจนผู้คนจดจำเรื่องราวได้ขึ้นใจ ผิดกับหนังสือเล่มนี้ที่นำเทพนิยายและเรื่องปรัมปรามาเล่าใหม่ให้เป็นเรื่องราวสืบสวนสอบสวน

ระหว่างเดินทางไปส่งคุกกี้กับไวน์ หนูน้อยหมวกแดงกลับต้องพบเห็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันมากมาย ทั้งรถม้าฟักทองของซินเดอเรลลาที่ประสบอุบัติเหตุ เงื่อนงำการหายตัวไปของเจ้าหญิงนิทรา แม่เลี้ยงใจร้ายถูกฆ่าในบ้านขนมหวานปิดตาย และความทะเยอทะยานของเด็กหญิงขายไม้ขีดไฟ

เธอจึงต้องสวมบทบาทนักสืบจำเป็นตามหาคนร้าย ทว่าปริศนาลึกลับที่สุดกลับซ่อนอยู่ในจุดประสงค์การเดินทางของเธอเอง หนูน้อยหมวกแดงพบศพระหว่างเดินทาง คือนิยายรสชาติใหม่ที่สร้างความประทับใจให้ผู้อ่านชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศมาแล้ว

5
เพราะความรักมิอาจเร่งร้อน
(Die Liebe im Ernstfall • Love in Case of Emergency)

แม้ใจเร่งรีบหรือรบเร้า แต่ประสบการณ์ทั้งทางตรงของตัวเองและทางอ้อมผ่านการบอกเล่าจากผู้อื่นจะคอยย้ำเตือนให้ตระหนักว่า รักต้องการเวลา เช่นเดียวกับความรักของผู้หญิงทั้งห้าคนนี้

‘เพาลา’ เจ้าของร้านหนังสือ ‘ยูดิท’ แพทย์หญิง ‘บรีดา’ นักเขียน ‘มาลีกา’ ครูสอนดนตรี และ ‘โยรินเดอ’ นักแสดง ต่างมีชีวิตรักเป็นของตน แต่ทุกคนกลับผูกโยงความรู้สึกที่ร้อยเรียงถึงกันและกัน บ้างเสียสละ บ้างอยากเอาชนะ บ้างซุกซน บ้างเร้นลับ บ้างหล่อเลี้ยงด้วยความหวัง

ไม่ว่ารักจะดำเนินไปอย่างไร ผ่านเสียงหัวเราะหรือหยาดน้ำตา ความรักของพวกเธอย่อมเป็นมากกว่าเรื่องราวให้สำรวจความสัมพันธ์หลายรูปแบบ เพราะสำหรับบางคน นี่อาจเป็นโอกาสให้ปลอบประโลมตนและประคองจังหวะเต้นของใจ เพื่อให้รักคงอยู่ได้ไม่เลือนลับหาย

ความรักของพวกเธอทำให้นวนิยาย เพราะความรักมิอาจเร่งร้อน เล่มนี้กลายเป็นงานเขียนที่น่าจับตามองในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน