รีวิว นิยายปฐพีไร้พ่าย

รีวิว นิยายปฐพีไร้พ่าย

แต่งโดย九鹭非香(jiulufeixiang)

แปลโดย สำนักพิมพ์ ห้องสมุด

เรื่องราวของเสิ่นหลี อ๋องหญิงแห่งแดนอสูรที่จะถูกจับคลุมถุงชนกับเซียนเสเพลนามว่าฝูหยง เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสวรรค์และอสูร นางหลบหนีลงมาในแดนมนุษย์แต่ด้วยอาการบาดเจ็บจึงคืนร่างเป็นหงส์ไฟ ไม่คาดมนุษย์มาพบกลับคิดว่านางเป็นเพียงไก่อัปลักษณ์ตัวหนึ่ง จับถอนขนแล้วเอาไปเร่ขายกลางตลาด

วันนั้นชายขาเป๋ผ่านมาพบโดยบังเอิญเขาซื้อไก่อัปลักษณ์กลับบ้านและนำไปเลี้ยงดู ชายขาเป๋ผู้นั้นคือ สิงอวิ๋น เขาร่างกายอ่อนแอ ขาเป๋ ทว่ากลับเป็นชายหนุ่มรูปงาม ทั้งมีความรู้ในเรื่องค่ายกลและทายทักดวงชะตาผู้คนได้อย่างประหลาด

แม้จะชอบกลั่นแกล้งไก่น้อย แต่ก็นับว่าดูแลนางอย่างดี

หลังจากวันนั้นหนึ่งมนุษย์หนึ่งไก่อัปลักษณ์ก็อยู่ร่วมกันในกระท่อมน้อย

กระทั่งถึงวันที่ทหารอสูรมาจับตัวนางกลับไป

นางถูกกักขังในวังน้ำแข็งอยู่ถึง1เดือนแดนอสูร (1วันแดนอสูรเทียบเป็น1ปีในเมืองมนุษย์)

สุดท้ายก็ได้ทราบข่าวว่าสิงอวิ๋นละจากโลกไปแล้ว

เมื่อออกจากวังน้ำแข็งแล้ว อ๋องปี้ชางก็มีภาระรัดตัวเช่นเดิม

วันหนึ่งภายหลังต่อสู้กับปีศาจแมงป่องร่างกายของนางบาดเจ็บ

เงาหนึ่งทำให้นางหยุดชะงัก

ใบหน้าสูงที่มองนางอย่างสงบนิ่ง ริมฝีปากนางขยับไร้เสียง สิงอวิ๋น..

มหาเทพที่มีอำนาจสูงสุดทั่วทุกภพมหาเทพสิงจื่อ เขาช่างมีหน้าตาที่คล้ายคลึงกับสิงอวิ๋นอย่างประหลาด แต่นางกลับเอาเทพสูงศักดิ์ไปเทียบกับมนุษย์ขาเป๋ได้อย่างไร

ท่านอ๋องปี้ชางเหม่อมองจนดวงตาเบิกค้าง ใช่ว่านางไม่เคยเจอบุรุษรูปงาม ทว่ารูปงามเช่นนี้ แม้แต่สวรรค์ยังหาผู้ทัดเทียมได้ยากยิ่ง ทั้งดวงหน้าคมสัน เรือนร่างสูงเพรียว สง่างามราวกับเซียนหลุดพ้นนั่นอีกเล่า..

“ฟื้นแล้วรึ?” บุรุษผู้นั้นนอนไม่ขยับบนเก้าอี้โยก มีเพียงศีรษะที่เอนมาทางนาง ริมฝีปากได้รูปอมยิ้มเล็กน้อย จู่ๆ เขาก็ล้วงหมั่นโถวขึ้นมาลูกหนึ่งบิให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วหว่านลงไปเต็มพื้น
“กุ๊กๆๆๆ มาจิกกินเสียสิ กุ๊กๆๆๆ”

บุรุษผู้นั้นพูดบ้าอะไร?
เสิ่นหลีพบว่าเขาส่งเสียงเรียก นาง?
อ๋องปี้ชางตกตะลึงตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ เกียรติยศนางขจรไปไกลนัก ไหนเลยจะมีชาวอสูรกล้าดูหมิ่นนางแม้คำเดียว แต่วันนี้จอมอันธพาลแดนอสูรกลับถูกมนุษย์หยอกล้อราวกับเป็นสัตว์เลี้ยง!

พอส่งสายตาอาฆาตอย่างโกรธแค้น กลับเห็นเพียงเขาเลิกคิ้วคมเข้ม ริมฝีปากยังคงแย้มยิ้มพลางดีดนิ้วมาทางนางอีกครั้ง “ไก่เอ๋ย มานี่เร็ว กุ๊กๆๆๆ”
เรียกไปเผามารดาเจ้าเรอะ!

นางลุกขึ้นชั่วพริบตา แล้วก็หน้าล้มลงปากจิกกับพื้น แล้วจิกไปถูกเศษหมั่นโถวพอดิบพอดี

“อ้าว อย่าได้รีบร้อนไป ยังมีอยู่อีกมาก” ปากก็พูดไป เท้าก็ลุกเดินไปในห้องหยิบหมั่นโถวอีกลูกออกมา จัดการบิหมั่นโถวแล้วโปรยราวกับโปรยเถ้ากระดูกบรรพบุรุษ “มีตั้งเยอะ กินสิ”
ใครต้องการเศษทานจากเจ้ากัน!

“ไม่กินแล้ว งั้นอาบน้ำเถิด” นางไม่ทันอ้าปากร้องเขาก็สะบัดมือโยนนางลงไปในบ่อน้ำดังตูม

เสิ่นหลีตีปีกไร้ขนอย่างตระหนก สำลักน้ำเข้าไปหลายอึก ร่างผลุบๆโผล่ๆในน้ำจะจมมิจมแหล่
ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงขมวดคิ้ว เอ่ยถามอย่างกลัดกลุ่ม

“ความจริงแล้วเจ้าว่ายน้ำไม่เป็นหรอกหรือ?”
แล้วเจ้าเคยเห็นไก่ที่ไหนว่ายน้ำเป็นบ้างเล่า!

“เสิ่นหลีเป็นถึงอ๋องในแดนอสูร ไหนเลยจะไม่รุ้จักระงับอารมณ์ของตนได้เล่า ข้ารักสิงอวิ๋น คนที่อยู่กับข้าบนโลกมนุษย์กับข้าในตอนนั้น คนที่เป็นเพียงมนุษย์อ่อนแอขี้โรคผู้หนึ่งที่ข้าสามารถรักได้อย่างสนิทใจ ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นเทพสิงจื่อนอกฝั่งฟ้าผู้สง่างาม แล้วข้าจะชอบท่านได้อย่างไรกัน”

“…สิ่งที่ข้าต้องกล่าวก็คือ หากท่านไม่อยากเป็นสิงอวิ๋น ข้าก็จะไม่คิดว่าท่านเป็นเขาอย่างแน่นอน ไม่จำเป็นจะต้องเก็บซ่อน หรือหลอกลวงกันอีก
สำหรับข้า สิงอวิ๋นสิ้นชีพไปแล้ว ไม่มีเขาอีกแล้ว คนที่อยู่ตรงหน้าข้าคือสิงจื่อ มหาเทพนอกฝั่งฟ้าเท่านั้น”

“ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าสิงจื่อหรือสิงอวิ๋น ต่างก็คือข้าทั้งนั้น”
ไม่ว่าความทรงจำหรือนิสัยต่างก็เป็นตัวเขา เพียงร่างมนุษย์เท่านั้นที่แบ่งแยก

“แต่สำหรับข้ามันต่างกัน”

“ข้าจะทำหน้าที่อ๋องปี้ชางให้ดีที่สุด จะแต่งกับเซียนฝูหยงตามราชโองการ ท่านกับข้าไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว ท่านจะได้หมดห่วงเสียที”

เขารู้สึกเจ็บชาไปทั่วร่างดวงตากริบหม่นลง
“ท่านอ๋องคิดได้เช่นนั้นก็ดียิ่งนัก”
นางไม่รู้หรืออย่างไรว่าทุกครั้งที่เห็นนางทรมาน เจ็บปวด หัวใจเขาเจ็บปวดยิ่งกว่าร้อยเท่าพันเท่า
เพราะไม่มีใครปกป้องนาง เขาก็ไม่ได้อยู่เคียงข้างนาง นางจึงได้รนหาที่ตายอยู่เช่นนี้

“ต่อไปนี้ข้าจะเป็นคนปกป้องเจ้า ต่อให้นอกฝั่งฟ้าต้องพังทลาย ภพภูมิทั้งหกจะล้มสลาย แต่ข้าก็จะปกป้องเจ้าเอาไว้..”

สิงจื่อทำอาหารในครัวเสิ่นหลีรำหอกอยู่กลางลานบ้าน
หลังจากที่เขายกอาหารมาวางที่โต๊ะ ไม่ทันเอ่ยปากเรียก ร่างปราดเรียวก็รีบวิ่งขึ้นมาในห้องครัวอย่างรวดเร็ว ครั้นเห็นมีเนื้ออยู่ก็คีบขึ้นมากินทันที
“เสิ่นหลี เจ้ารู้สึกหรือไม่ว่าพวกเราไม่คล้ายกันสักนิด”
หญิงสาวกลืนก้อนเนื้อลงคอ “ข้าว่าไม่ หยินหยางสอดประสานดียิ่งนัก”
“ไม่ เจ้าดูอ่อนโยนสมเป็นหยินตรงไหนเล่า”
เสิ่นหลีวางตะเกียบ “ท่านสิเป็นหยิน ข้าหยาง หนึ่งอ่อนโยนหนึ่งแข็งกล้าสอดคล้องกันดียิ่งนัก”
เขาอดหัวเราะไม่ได้ “จริงของเจ้า เช่นนี้ไม่เลวเลยทีเดียว”
ความเห็น(ปนสปอยเล็กๆ)
ภพภูมิในเรื่อง ประกอบไปด้วย มนุษย์ สวรรค์ อสูร ดินแดนนอกฝั่งฟ้า และชาวทะเลเหนือ

มหาเทพเป็นผู้ค้ำจุนทุกภพให้เป็นปกติสุข มหาเทพจึงมีพลังมากมายมหาศาล
กฏของสวรรค์มหาเทพเทพห้ามใช้พลังเหล่านั้นไปกับเรื่องส่วนตัว
ฉะนั้นมหาเทพต้องไร้รัก ไร้ซึ่งความปรารถนาใด มีหน้าที่เพียงเพื่อค้ำจุนทุกภพภูมิให้เป็นปกติสุขและรอคอยเวลาอันเหมาะสมเพื่อดับสูญเท่านั้น

สิงอวิ๋น เป็นร่างอวตานของเทพสิงจื่อที่เบื่อหน่ายและลงไปใช้ชีวิตเป็นมนุษย์

การเล่าเรื่องของนิยายจะเริ่มต้นเมื่อเสิ่นหลี่หลบหนีจากภพอสูร ถูกแทงบาดเจ็บ แล้วคืนร่างเป็นหงส์ไฟ ก่อนจะได้พบกับสิงอวิ๋น และอยู่ร่วมกัน แบบหนึ่งคนหนึ่งไก่
บทพูดช่วงอยู่ด้วยกันน่ารักและตลกมาก นางเอกถูกแกล้งตลอด

นับได้ว่าทั้งเรื่องเขาเป็นเทพที่กวนมากคนนึง
เรื่องนี้จะมีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นทั้งเรื่องจากเรื่องของคนรอบข้างที่ทั้งคู่จะต้องเข้าไปพัวพันตั้งแต่อยู่ในแดนมนุษย์ ไปจนถึงเรื่องการจับตัวเซียน แล้วก็การสร้างกองทัพปีศาจเพื่อทำลายสวรรค์

ความเห็นส่วนตัวรู้สึกว่า ช่วงเป็นหนึ่งคนหนึ่งไก่ กับช่วงที่นางเอกบาดเจ็บแล้วเป็นหญิงสาวกับชาวประมงนี่น่ารัก
นอกนั้นก็แอบเนือยบ้างกับเรื่องของผู้คนที่บางครั้งเยอะไปน้อยไป

เรื่องนี้คล้ายจะเป็นนิยายรักกุ๊กกิ๊กที่สนุกกับบทจิ๊กกัดของพระนาง แต่ก็แอบแฝงความอึมครึมจากปัญหาต่างๆตลอดเรื่องไว้เช่นกัน

การใช้ภาษาแปลดีค่ะ ไม่จีนไปจนอ่านไม่รู้เรื่อง และไม่ไทยจนเสียอรรถรส
แอบรู้สึกเล็กๆว่าตอนจบผู้เขียนน่าจะเล่าให้ยาวขึ้นอีกนิด ให้ฟินมากกว่านี้อีกหน่อย

ปล แอบชอบบทพิเศษสั้นๆระหว่างรุ่นพ่อแม่นางเอกเหมือนกัน คิดว่านี่มันเป็นพล็อตอีกเรื่องได้เลย
แอบชอบคาแรคเตอรเฟิ่งหลายอยู่เหมือนกัน ที่ออกจะเป็นเด็กชายใสซื่อ ทั้งรักทั้งติดหลิวอวี่เอามากๆ

//สรุป ชอบสำนวนการแปล ส่วนเนื้อเรื่องก็มีช่วงที่ชอบและอึมครึมเหมือนมันไปไม่สุดทาง
สุดท้ายชอบท่านอ๋อง นางดูเป็นผญแนวเก่ง เสียสละ ทำเพื่อทุกคน แล้วก็ชัดเจนดี